บทที่ 5 2.2 ความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนเก่า

ติณฑ์ Part

ความสุขถาโถมเข้ามาหาผมในช่วงเย็นลุงป้าน้าอาพากันทยอยมาจนครบทุกคน และเรื่องที่ทุกคนให้ความสนใจกับผมเป็นพิเศษก็ไม่พ้นเรื่องเรียนต่อนั่นเอง

“จะเหนื่อยติวหนังสือเหนื่อยไปสอบทำไมวะไอ้ลูกหมา ให้ลุงโยคนหล่อมีบารมีที่สุดคนนี้จัดการให้ก็ได้ ส้มโออีกคนไหนบอกว่าจะเรียนต่อวิศวะไม่ใช่เหรอแล้วทำไมเปลี่ยนใจไปบริหารได้ล่ะงี้ไอ้โอบ้าเสียใจแย่สิ”

“หนูบอกไอ้ติณฑ์แล้วค่ะลุงโยแต่มันไม่เชื่อมันบอกว่าคนเราต้องเริ่มนับหนึ่งด้วยตัวเองถึงจะภูมิใจ ส่วนเรื่องเลือกคณะหนูคิดดูแล้วอีกหน่อยหนูต้องช่วยอาโปรดกับพ่อชินดูแลบริษัท ถ้าเรียนวิศวะหนูจะมีความรู้แค่ด้านเดียวจะรับมือกับงานได้หน้าเดียวแต่ถ้าเรียนบริหารหนูสามารถหาวิศวกรกับสถาปนิกฝีมือดี ๆ แล้วให้เขาดูแลงานตรงนี้แทนหนูก็ได้ค่ะ” คำตอบของส้มโอทำให้ผมหันไปมองเพื่อนรักอย่างพอใจในความคิดการณ์ไกลของมันอีกครั้ง เห็นเอาแต่ด่าผมไปวัน ๆ แต่แท้จริงแล้วมันคิดและทำอะไรลึกซึ้งมากกว่าที่ผมคิดเอาไว้เยอะเลย

“หึหึ ทำหน้าตาชื่นชมในความฉลาดขนาดนั้นเลยเหรอกีรติหลานสาวกูก็ฉลาดเหมือนกูนี่แหละ”

“เหมือนแค่เรื่องฉลาดเหรอกูได้ข่าวว่าน้องส้มโอเตะกระสอบทรายปัก ๆ เหมือนมึงด้วยนี่ ส่วนน้องติณฑ์คิดอย่างนั้นดีแล้วการจะเป็นหมอไม่ใช่เรื่องง่าย กว่าจะได้เข้าเรียนกว่าจะจบกว่าจะได้รักษาคนไข้คนแรกทุกการเริ่มต้นเป็นเรื่องยากทั้งนั้น เพราะอย่างนั้นการมีครั้งแรกไม่ว่าจะประสบผลสำเร็จหรือผิดหวังแต่ถ้าทำด้วยตัวเองมันจะกลายเป็นความทรงจำที่งดงามเสมอ” ลุงนัทของผมยังเป็นคนที่คอยให้คำแนะนำคอยตักเตือนให้ผมทำในสิ่งที่ถูกที่ควรเสมอ

แต่ไม่ได้หมายความว่าลุงป้าที่เหลือจะชี้ทางผิดให้ผมนะ อาจมีบ้างที่ผมถูกสอนให้เอาตัวรอดอย่างคนฉลาดแกมโกงและถูกสอนให้แข็งกร้าวไม่ยอมคนใส่ทุกอย่างทุกคนที่จะนำเรื่องอันตรายมาสู่ตัวเอง แต่ทั้งหมดทั้งมวลนั้นเกิดขึ้นมาด้วยเหตุผลเดียวนั่นก็คือทุก ๆ คนรักและเป็นห่วงผมนั่นเอง

“เชื่อลุงนัทดีกว่าเชื่อคนแก่นะพี่ติณฑ์ ว่าแต่ความทรงจำที่งดงามมันไม่ได้มีแค่เรื่องเรียนนะแล้วเรื่องส่วนตัวล่ะมีแฟนรึยังเนี่ย เอ๊ะ ถามลูกน้องส้มโอดีกว่า พรึ่บ หมับ! ลูกน้องหยุดกินแล้วคุยเรื่องพี่ติณฑ์ให้ฟังหน่อยสิพี่ติณฑ์มีแฟนไหม”

หมับ! “ยังไม่มีหรอกแฟนน่ะเพราะติณฑ์มีน้องหลงเป็นแฟนคนเดียวก็พอ ปะไปกินปลาหมึกกันเถอะติณฑ์ย่างให้แล้วเดี๋ยวป้อนให้ด้วย” พอน้องหลงลุกจากเก้าอี้ไปหาส้มโอที่กำลังตักยำใส่ปากด้วยท่าทางราวกับหิวมาเป็นชาติ ผมก็รีบถลาตัวไปคว้าน้องหลงมากอดไว้ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกันกับไอ้ขุนที่นั่งข้างส้มโอก็รีบยื่นมือไปตะปบปากไม่ให้มันพูดมากได้ทันควัน เฮ้อ ใจหายแวบเลยว่ะ

พรึ่บ! “พวกมึงเลิกรวมหัวกันปิดปากกูสักที ลูกพี่น้องหลงคะส้มโอจะเล่าให้ฟังค่ะ” แต่ความสบายใจที่เพิ่งมีกลับถูกส้มโอที่สลัดตัวออกจากไอ้ขุนเพื่อไปยืนอยู่ข้างลุงโยมาทำลายเสียได้ ไอ้ผมก็อุตส่าห์รั้งตัวพาน้องหลงเดินมาเกือบถึงเตาย่างบาร์บีคิวแล้วนะแต่เพราะส้มโอแท้ ๆ น้องหลงถึงได้สะบัดตัวออกจากผมแล้ววิ่งไปนั่งตาโตรวมกลุ่มอยู่กับลุงโยป้ายิ้มที่ริมสระน้ำ

โดยมีส้มโอไอ้คนปากมากสาธยายเรื่องของผมให้ทุกคนฟังเป็นฉาก ๆ พอกวาดตามองไปทางลุงป้าน้าอาแค่เห็นก็รู้แล้วว่าทุกคนตั้งใจกางหูฟังเป็นแถว ขนาดลุงโปรดถึงจะทำเป็นไม่สนใจแต่หูยังกระดิกเลยโถ่ผมรู้ทันหรอก

แปะ ๆ ๆ “ให้มันได้อย่างนี้สิวะไอ้ลูกหมาของลุง แม่งทั้งเท่ทั้งหล่อจนสาว ๆ ติดใจทั้งโรงเรียนเหมือนลุงชัด ๆ”

“ไม่ใช่แค่สาวนะครับลุงหมอโยวันนี้มีหนุ่มน้อยน้องม.4เอาขนมมาให้มันด้วยนะ” แล้วไอ้มิวก็ดันขยายความให้ลุงโยยิ่งตบไม้ตบมือด้วยความชอบใจแถมยื่นกระป๋องเบียร์ให้ไอ้มิวไม่หยุดยั้ง ต่างจากน้องหลงกับแม่มินเพราะคนทั้งคู่เริ่มหน้านิ่วคิ้วขมวดแล้วนั่นน่ะ หรือผมจะหักด้ามพร้าด้วยเข่าโดยการอุ้มแม่กับน้องหลงไปขังรวมที่ห้องนอนของผมซึ่งมีอยู่ในบ้านลุงโปรดดีวะ

“เออนั่นสิทำไมกูไม่ได้ขนมของน้องอะ เอามาให้กูเลยติณฑ์มึงไม่กินหรอกกูรู้”

“ไม่เอากูไม่ให้” แต่แล้วความคิดจะขังรวมแม่กับน้องหลงก็ถูกตัดไปกลายเป็นอมยิ้มแถมยักคิ้วให้กับสายตาทุกคู่ที่หันมามองผมอย่างกังขาโดยเฉพาะลุงโปรด

“ไร้สาระเสียเวลากินเหล้าฉิบหาย เดียร์มึงเติมให้กูทีซิเอ๋อด้วยเลิกอยากรู้อยากเห็นเรื่องไอ้แมงหมูสักทีเห็นไหมมันทำท่าถือไพ่เหนือกว่ามึงแล้วนั่นน่ะ มาปรนนิบัติพัดวีผัวดีกว่าเดี๋ยวผัวให้ทิป”

“เดี๋ยวสิน้องหลงที่ติณฑ์ไม่ให้ขนมส้มโอเพราะจะเอามาให้น้องแฝดกินต่างหาก น้องชอบกินคุกกี้ธัญพืชนี่นาแป๊บนะ” พอเห็นน้องหลงจะคล้อยตามลุงโปรดผมก็ต้องเบรกเอาไว้สองเท้ารีบเดินกลับเข้าไปในห้องนอนตัวเองที่บ้านลุงโปรด แล้วคว้าเอาโหลเจ้าปัญหาออกมาให้น้องแฝดได้ฉีกยิ้ม แต่น้องเล็กกลับทำให้ผมแปลกใจเพราะคนตัวเล็กที่สุดในนี้กลับวิ่งออกไปไม่ถึงห้านาทีน้องก็อุ้มของขวัญกล่องโตมาให้ผมได้ฉีกยิ้ม 

แก้วเบียร์ในมือถูกวางไว้แล้วค่อย ๆ เปิดกล่องของขวัญตามแรงเชียร์จากน้องทั้งสองคน แต่มือกลับชะงักเพราะสิ่งที่อยู่ข้างในนั้นคือตุ๊กตากระต่ายตัวเท่าตุ๊กตาหมูที่บ้านสายตาถึงได้หันไปมองแม่มินโดยอัตโนมัติ พอไม่เห็นความผิดปกติดวงตาเลยเลื่อนมองไปยังคนที่เหลือช้า ๆ ถึงอย่างนั้นผมก็ยังไม่เห็นความผิดปกติจากสีหน้าของใครนะ คนที่ผมหันมาเอาความเลยกลายเป็นน้องคนเล็กแทน

“ทำไมต้องเป็นตุ๊กตากระต่ายล่ะเล็กพี่โตแล้วนะ”

“กลางเลือกเองกลางเห็นว่าตุ๊กตาหมูที่คุณพ่อกับคุณแม่ให้พี่โตต้องอยู่ตามลำพังน่าสงสารน้องออก กลางเลยซื้อตุ๊กตาน้องกระต่ายมาให้อยู่เป็นเพื่อนน้องหมูไงน้องจะได้ไม่เหงาตอนพี่โตไม่อยู่ค่ะ” คำตอบฉะฉานนี้มาจากน้องคนกลางที่นั่งอยู่ข้างลุงดิวนั่นเป็นคำตอบที่สร้างความสบายใจขึ้นมาหน่อย

“หึหึ เรื่องตุ๊กตาไม่เป็นประเด็นหรอกแต่แมงกระต่ายต่างหากที่แทงใจดำมันน่ะ”

“จะเป็นตุ๊กตาอะไรหลานก็ไม่ติดนะแต่ถ้าได้น้องหลงเป็นของขวัญวันเกิดหลานจะดีใจกว่านี้อีก หมับ! น้องหลงยังกินเบียร์ไม่ได้เดี๋ยวคืนนี้เข้าทางลุงโปรดอีกโอเคไหม” เพราะประโยคไม่เข้าหูของลุงโปรดแท้ ๆ ทำให้ผมต้องคว้าตุ๊กตากระต่ายมากอดไว้ข้างหนึ่ง มืออีกข้างคว้าเอวน้องหลงรั้งให้เดินไปนั่งข้างไอ้ขุนด้วยกัน

ไม่เพียงแค่นั้นเบียร์ในมือน้องหลงที่ผมเห็นลุงโปรดยัดใส่มือให้ดื่มก็ถูกผมคว้ามาดื่มเสียเอง ลุงโปรดคงหงุดหงิดมากมั้งถึงได้ล้วงมือไปหยิบน้ำแข็งในแก้วเฮียเดียร์มาปาใส่ผมเกือบโดนหัวเลยว่ะ ดีที่ว่าป้าปันยังเป็นนางฟ้าของผมด้วยการชวนทุกคนเปลี่ยนเรื่องนะไม่งั้นผมคงถูกจี้เรื่องตัวเองไม่หยุดแน่

บทก่อนหน้า
บทถัดไป